Page 31 - งานนำเสนอ PowerPoint
P. 31

เป็นชาวไทยในภาคอีสานอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมัก

     เรียกตัวเองว่า ไทยย้อ เช่น ชาวย้อในจังหวัดสกลนคร ,
     ชาวย้อ ในต าบลท่าขอนยาง(เมืองท่าขอนยาง) อ าเภอ
     กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม , ชาวย้อ ในอ าเภอท่าอุ
     เทน จังหวัดนครพนม และชาวย้อในต าบลดงเย็น อ าเภอ
     เมือง จังหวัดมุกดาหาร ภาษาและส าเนียงของชาวย้ออาจ
     ผิดเพี้ยนไปจากชาวอีสานทั่วไปบ้างเล็กน้อย ถิ่นฐาน
     ดั้งเดิมของชาวย้อ มีผู้ค้นพบว่าเดิมอยู่แคว้นสิบสองปันนา      ค าว่า “กุลา” มาจากภาษาพม่าซึ่งแปลว่า คนต่างถิ่น กุลา คือพวกเงี้ยว
     หรือ ยูนาน ต่อมาชาวย้อบางพวกได้อพยพลงมาตามล าน้ า  หรือตองซู่ในรัฐไทยใหญ่ของพม่า เงี้ยวหรือตองซู่ เมื่อเดินทางมาค้าขายในภาค
     โขง เพื่อเลือกหาที่ตั้งบ้านตั้งเมืองที่อุดมสมบรูณ์กว่า ใน  อีสานถูกชาวอีสานในอดีตเรียกขาน และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าพวก “กุลา”ค าว่า “กุลา”
     จังหวัดมุกดาหารมีไทยย้อที่อพยพมาจากเมืองค าม่วนตั้ง  เดิมหมายถึง พวกแขกบังคล่า (บังคลาเทศ ในปัจจุบัน) ต่อมาเมื่อเห็นพวกไทยใหญ่
     บ้านเรือนอยู่ที่ต าบลดงเย็น อ าเภอเมืองมุกดาหาร และอยู่  รูปร่างสูงใหญ่นุ่งกางเกงขายาวปลายบาน โพกศีรษะทรงสูงเข้ามาค้าขายในภาค

     ในท้องที่อ าเภอนิคมค าสร้อยอีกหลายหมู่บ้าน        อีสานก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกับพวกแขกบังคล่า จึงเรียกพวกไทยใหญ่
                                                       หรือเงี้ยวว่ากุลา ต่อมาเมื่อเห็นพวกแขกขาวเช่นมาจากอาฟกานิสถาน อิหร่าน ฯลฯ
                                                       ก็เลยเรียกว่าพวกกุลาขาว และเรียกพวกมาจากบังคลาเทศ จากอินเดีย และจาก
                                                       พม่าว่ากุลาด าพวกเงี้ยว หรือกุลาชอบเร่ร่อนมาค้าขายในภาคอีสานจนมีชื่อเป็น
                                                       อนุสรณ์ว่าทุ่งกุลาร้องไห้ พวกกุลาชอบน าเอาผ้าแพรพรรณ หรือ เครื่องมือเครื่องใช้
                                                       ในการด ารงชีวิต ตลอดทั้งเครื่องทองเหลือง เช่น ฆ้อง มีด ดาบ ฯลฯ มาเร่ขายใน

                                                       ภาคอีสาน แล้วซื้อวัว ควาย กลับไปพม่า กุลาบางพวก ได้ตั้งรกรากแต่งงานกับชาว
                                                       ไทยอีสานและผู้ไทย เช่น ที่เมืองเรณูนคร ต าบลแสนพัน อ าเภอธาตุพนมและที่เมือง
                                                       หนองสูง เขตเมืองมุกดาหาร จนมีบุตรหลานสืบเชื้อสายต่อมากุลาเหล่านี้ในอดีตมี
                                                       สัญชาติ และอยู่ในบังคับในอดีตเรียกว่าอยู่ในสัปเยกต์ (SUBJECT-บังคับ)ของ
                                                       อังกฤษ เพราะพม่าเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เมื่อกุลาเกิดคดีความขึ้น ต้องรายงาน
                                                       ให้สถานทูตอังกฤษทราบทุกครั้งกุลามีรูปร่างสูงใหญ่ชอบนุ่งโสร่งหรือกางเกงขายาว
                                                       ปลายบานถึงข้อเท้าและโพกศีรษะทรงสูงในสมัยรัชกาลที่ 5 กุลาหรือเงี้ยวน าฝิ่นมา
                                                       ค้าขายอยู่ในเขตเมืองหนองสูง เขตเมืองมุกดาหารเป็นจ านวนมากต่อมาได้ตั้งรกราก
                                                       อยู่ที่ทุ่งหมากเฒ่า เมืองหนองสูง ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย บ้านเมือง และก่อการ
                                                       จลาจลขึ้นที่ทุ่งหมากเฒ่า เมืองหนองสูง ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง และ
                                                       ก่อการจลาจลขึ้นที่ทุ่งหมากเฒ่า เมื่อ พ.ศ. 2446 ทางเมืองมุกดาหารต้องขอก าลัง

                                                       จากมณฑลอุดรมาช่วยปราบปราม เมื่อปราบปรามเสร็จแล้วจึงแยกย้ายพวกกุลาให้
                                                       แยกกันออกไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตเมืองหนองสูง รวมทั้งในเขตอ าเภอค าชะอี
                                                       หลายหมู่บ้าน ส่วนบริเวณทุ่งหมากเฒ่า ต่อมาได้ตัดแบ่งเขตให้ไปอยู่ในเขตอ าเภอ
                                                       กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเป็นหมู่บ้านขุมขี้ยาง ในปัจจุบัน
   26   27   28   29   30   31   32