Page 29 - งานนำเสนอ PowerPoint
P. 29

ชาวข่ามีถิ่นก าเนิดดั้งเดิมอยู่ในแขวงสุวรรณเขตแขวงสาลวันและแขวงอัตปือ ของลาว

                                                ซึ่งเมื่อร้อยปีก่อน (ก่อน พ.ศ. 2436) ยังเป็นดินแดนของราชอาณาจักรไทยชาวข่า อพยพมา
                                                ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร ในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นส่วนมากนักมานุษยวิทยาถือว่า ชาวข่า
                                                เป็นชนเผ่าหนึ่งในแถบลุ่มแม่น้ าโขง ซึ่งอาจสืบเชื้อสายมาจากขอมโบราณ ซึ่งเคยอยู่ในดินแดน
                                                ของอาณาจักรเจนละซึ่งต่อมาเป็นอาณาจักรขอมและอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ซึ่งขอมเคยมี
                                                อิทธิพลครอบคลุมขึ้นมาถึงแล้วเสื่อมอ านาจลง ซึ่งพวกข่าอยู่ในตระกูลเดียวกับขอมและมอญ
                                                เขมร ในจังหวัดมุกดาหาร เขตอ าเภอเมืองมุกดาหาร ยังมีชาวไทยเชื้อสายข่า อยู่ที่บ้านพังคอง
                                                บ้านนาเสือหลาย และบ้านหนองยาง ในท้องที่อ าเภอดอนตาล มีชาวไทยเชื้อสายข่าอยู่ที่บ้าน
                                                บาก ในท้องที่อ าเภอดงหลวงมีชาวไทยเชื้อสายข่าอยู่ที่ ต าบลกกตูม บ้านสานแว้ บ้านค าผักกูด
                                                บ้านโคกกุง บ้านปากช่อง บ้านหินกอง ซึ่งในเขตภูพานต่อเขตกับจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัด
                                                สกลนคร จนมีค ากล่าวในอดีตว่า บ้านค าผักแพว แปวปุองฟูา พาเซโต โซไม้แก่นแท่นหินลับ ซับ
                                                ห้วยแข้ แง้หอยมะบาน ด่านสามหัวขัว น้ าบ่อบุ้น ยางสามต้น อ้นสามขุยซึ่งปัจจุบันนิคมสร้าง

                                                ตนเองของกรมประชาสงเคราะห์ ที่อ าเภอนิคมค าสร้อย จังหวัดมุกดาหารได้อพยพพวกไทยข่า
                                                (บรู) จากภูพาน ซึ่งเป็นรอยต่อ 4 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
                                                จ านวน หลายร้อยครอบครัว ไปอยู่ที่ หมู่บ้านร่มเกล้า ของนิคมสร้างตนเองค าสร้อยโดยได้
                                                จัดสรรที่ดินให้ท ากินและปลูกบ้านเรือนให้เป็นหมู่บ้านชาวไทยข่า ตลอดทั้งได้ช่วยเหลือให้
                                                ราษฎร เหล่านี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านที่เท่าเทียมกับหมู่บ้านอื่น ๆ











                ในพจนานุกรมมฉบับราชฐานบัณฑิตสถานเขียนว่า กะโซ่แต่ก็ยังมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกันกับลาวโซ่ง ในจังหวัดเพชรบุรี นครปฐม
         และสุพรรณบุรี แต่แท้จริงแล้ว ลาวโซ่งคือพวก ไทยด า ที่อพยพมาจากเมืองแถนหรือเดียน เบียนฟู ในสมัยกรุงธนบุรี ส่วนค าว่ากะโซ่ หมายถึง ข่า
         พวกหนึ่งในตระกูลมอญเขมรกะโซ่ตามลักษณะและชาติพันธ์ถือว่าอยู่ในกลุ่มมองโกลอยด์ กะโซ่มีภาษา และวัฒนธรรมแตกต่างไปจากพวกข่าอยู่บ้าง
         เล็กน้อย แต่ภาษาของกะโซ่ ยังถือว่าอยู่ในตระกูล ออสโตรอาเซียติค สาขามอญเขมรหรือ กะตุ( Katuic)  ถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวกะโซ่ อยู่ที่เมือง
         มหาชัย แขวงค าม่วน และแขวงสุวรรณเขตของประเทศลาว ส่วนข่าอีกพวกหนึ่งที่อพยพมาจากแขวงอัตปือของลาวไปอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัด
         สุรินทร์ เรียกว่า ส่วย หรือ กุยพูดภาษาเดียวกันกับพวกกะโซ่ พวกกะโซ่ที่อพยพข้ามแม่น้ าโขงมาในสมันรัชกาลที่ ๓ ในจังหวัดมุกดาหารมีชาวกะโซ
         อยู่ในท้องที่อ าเภอดงหลวง เป็นส่วนมาก อพยพเข้ามาในรัชกาลที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๙ หัวหน้าชาวกะโซ่ อ าเภอดงหลวงต่อมาได้เป็นก านันซึ่ง
         บรรดาศักดิ์ว่า หลวงวาโนไพรพฤกษ์ ชาวกะโซในอ าเภอดงหลวง ส่วนมาก จะใช้นามสกุลเดียวกันหมดคือ วงศ์กะโซ่ วัฒนธรรมของชาวกะโซ่ ที่ยัง

         รักษาไว้เป็นเอกลักษณ์ประจ าเชื้อชาติที่เด่นชัดก็คือ พิธีกรรมโซ่ถั่งบั้ง หรือสลา เป็นพิธีกรรมในการบวงสรวงดวงวิญญาณของบรรพบุรุษประจ าปี
         หรือการเรียกขวัญ รักษาคนเจ็บไข้ และพิธีกรรม ซางกระมูด ในงานศพ
   24   25   26   27   28   29   30   31   32